กฏหมายน่ารู้
การทำพินัยกรรมชาวบ้าน

พินัยกรรมชาวบ้าน

            ตามปกติเมื่อบุคคลใดตาย  มรดกของผู้นั้นจะตกทอดแก่ทายาท คือตกได้แก่บุตร ภรรยา  สามี และบิดามารดาของผู้ตาย  อย่างไรก็ดีก่อนที่ผู้นั้นตายเขาอาจทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ใครก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นทายาทผู้มีสิทธิในมรดก ปัญหามีว่าการทำพินัยกรรมนั้นจะทำอย่างไร เขาจะทำเองได้หรือไม่ และทำไปแล้วขณะที่เขายังไม่ตาย เขาจะเพิกถอนหรือทำลายพินัยกรรมของเขานั้นเองได้หรือไม่เพียงใด  หรือเขาประสงค์จะทำพินัยกรรมยกส่วนต่างๆ ของร่างกายเขานั้นให้แก่โรงพยาบาลจะทำได้เพียงใดหรือไม่ เราลองมาทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ ในลักษณะถามตอบกันดังนี้

1.ถาม การทำพินัยกรรมอย่างง่ายๆ ทำได้อย่างไร

ตอบ พินัยกรรมเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับเราท่านทั้งหลาย  เพราะเหตุว่าหากเราประสงค์จะให้ทรัพย์สินของเราตกได้แก่ใคร  เมื่อ เราตายไปแล้วนั้นเราก็สามารถทำได้ ลักษณะเช่นนี้แหละเราเรียกว่าพินัยกรรมซึ่งต่างกับการที่เรายกทรัพย์สินให้ ผู้อื่นในขณะที่เรามีชีวิตอยู่เป็นเรื่องของการให้โดยเสน่หา  แต่ถ้าหากเราประสงค์จะให้ทรัพย์สินแก่ผู้อื่นโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ภายหลังจากที่เราตายไปแล้วนั้น เราเรียกว่า  พินัยกรรมซึ่งจะต้องทำตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้

2. ถาม ดังนั้นพินัยกรรมก็คือการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายของบุคคลว่าหากเขาตายไปแล้วให้ทรัพย์สินของเขานั้นตกแก่ใคร

ตอบ ในเรื่องการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายนั้น  ไม่จำกัดเฉพาะแต่หากเขาตายไปแล้วให้ทรัพย์สินของเขาตกได้แก่ใครเท่านั้น  เขาอาจกำหนดการเผื่อตายว่าหากเขาตายไปแล้วให้ดวงตาของเขาตกได้แก่โรงพยาบาลนั้น ปอดของเขาตกได้แก่โรงพยาบาลนี้  ก็ย่อมทำได้เช่นเดียวกัน เพราะในเรื่องพินัยกรรมนั้นกฎหมายได้เขียนไว้กว้างๆ รวมทั้งทรัพย์สินและการอื่นใดต่างๆ ที่สามารถบังคับได้ด้วย  และยิ่งกว่านั้นเขาอาจทำพินัยกรรมตัดมิให้ทายาทของเขารับมรดกของเขาก็ย่อมทำได้อีก

3.ถาม ถ้าหากเราประสงค์จะทำพินัยกรรมเองจะทำได้หรือไม่

ตอบ ทำได้ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยหากเราอ่านออกเขียนได้ก็ย่อมทำได้  พินัยกรรมประเภทนี้เราเรียกว่าพินัยกรรมแบบเขียนด้วยตนเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องมีพยานรู้เห็น เราเขียนของเราเองขึ้นมาก็ย่อมทำได้  ไม่มีปัญหาอะไรไม่ใช่เรื่องยากเย็นด้วย อย่างไรก็ดีพินัยกรรมแบบที่เขียนเองนั้นก็ควรจะเป็นเรื่องที่ไม่สลับซับซ้อน ผู้ทำไม่มีทรัพย์สินมากมาย  อะไรนักทายาทอาจจะมีคนสองคน  หรือบุคคลที่เราประสงค์จะยกทรัพย์สินให้นั้นเป็นบุคคลอื่นซึ่งเราเห็นว่าเขาควรจะได้ทรัพย์สินจากเราเมื่อเราตายไปแล้วก็ย่อมกระทำได้

            4. ถาม ขอให้ยกตัวอย่างพินัยกรรมแบบเขียนเองสักฉบับ

            ตอบ เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ  ถ้าหากท่านประสงค์จะทำพินัยกรรมด้วยตนเองโดยไม่หวังจะต้องไปพึ่งพาใคร  ประการแรกก็ควรจะเริ่มต้นว่าทำที่ไหน ใช้กระดาษธรรมดา มีปากกาหนึ่งด้ามหยิบมาแล้วก็เขียนขึ้นต้นเลยว่าเขียนจั่วหน้ากลางกระดาษว่า พินัยกรรมและถัดมาอีกบรรทัดหนึ่งก็ย่อหน้าว่า ทำที่บ้านเลขที่เท่าไหร่ หมู่อะไร ตำบลอะไร ถนนอำเภอ จังหวัด เพื่อที่จะรู้ว่าทำที่ไหนไม่เกิดมีปัญหามาโต้เถียงกันว่าทำที่นั้นทำที่นี่  ย่อหน้าไปอีกบรรทัดหนึ่งก็ต้องระบุว่า ทำเมื่อไหร่ อันนี้สำคัญ เราต้องคงระบุว่าทำเมื่อวันที่ เดือน พ.. ใส่ลงไปให้ครบ เช่น ระบุลงไปว่าวันที่ 15 พฤษภาคม 2533

            บรรทัดถัดลงไปก็เป็นเรื่องที่จะระบุถึงตัวเราเองว่า เราชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ อยู่บ้านเลขที่เท่าไหร่ หมู่ที่ ถนน ตำบล อำเภอ จังหวัด ก็ระบุลงไปให้ชัดเจน รายละเอียดตอนนี้คงมีว่าข้าพเจ้าชื่อ นาย ก. อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/5 หมู่ 1 ตำบลในเมืองอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี  ก็เป็นการระบุว่าผู้ทำพินัยกรรมนั้น  มีอายุเท่าไหร่มีตำบล ที่อยู่ อยู่ที่ไหน  ต่อไปเป็นข้อความที่ต่อเนื่องกันซึ่งถือว่าเป็นหลักหรือหัวใจของการทำพินัยกรรมโดยระบุข้อความต่อไปว่า  ขอทำพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายของข้าพเจ้าว่าหากข้าพเจ้าถึงแก่ความตายแล้ว  ให้ทรัพย์สินของข้าพเจ้าตกได้แก่บุคคลต่อไปนี้

            5. ถาม แสดงว่าต้องมีข้อความแสดงให้เห็นว่าให้ทรัพย์สินของเราตกได้แก่ผู้อื่นก็ต่อเมื่อเราตายแล้ว  ไม่ได้หมายความว่าให้ทรัพย์สินของเราตกได้แก่ใครในขณะที่เรามีชีวิตอยู่

            ตอบ ใช่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและเป็นปัญหาเสมอสำหรับท่านที่ทำพินัยกรรมด้วยตนเองคือไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ในเรื่องกฎหมายนั่นเอง  เมื่อเขียนเองก็เกิดปัญหาได้ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วก็จะไม่มีปัญหาอะไร  เพราะบางครั้งบางคราวผู้ทำพินัยกรรมก็ไม่ประสงค์จะให้ใครทราบว่าเขาทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้แก่ใคร  หากปรึกษาบุคคลนั้นบุคคลนี้  หรือ ไปว่าจ้างให้ผู้มีอาชีพกฎหมายทำให้ก็เกรงว่าความลับของตนจะรั่วไหลไปอาจทำ ให้บุตรหลานที่จะรับพินัยกรรมนั้นมีความรู้สึกไม่พอใจในการทำพินัยกรรมของตน จึงมักทำเสียเองไม่ให้ใครรู้  ผลที่ตามมาก็คือว่าทำพินัยกรรมไม่ถูกต้อง  ก็ควรระวังไว้ด้วย

            6.ถาม การพินัยกรรมเองนั้นอาจจะเกิดปัญหาได้  แต่ก็น่าเห็นใจผู้ทำพินัยกรรมว่าบางครั้งก็ไม่อยากให้ใครทราบ  ฉะนั้นหากท่านผู้อ่านจะทำพินัยกรรมด้วยตนเองก็ควรจะพิจารณาไตร่ตรองให้ดี  สนใจใฝ่หา หรือถามผู้รู้หลักการกว้างๆ ดังกล่าว

            ตอบ ดังที่กล่าวข้างต้น เรากล่าวว่าข้อความที่เราจะเติมต่อไปหลังจากเริ่มต้นทีแรก ขั้นแรกสุดนั้นตำบลที่อยู่ที่ทำ  บรรทัดต่อมาเป็นวันเดือนปีที่ทำ  บรรทัดถัดไปเป็นการระบุชื่อสกุล  อายุ รวมตลอดทั้งตำบลที่อยู่ของผู้ทำพินัยกรรมด้วยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจแตกต่างกับตำบลที่อยู่ข้างต้นซึ่งเป็นสถานที่ทำก็ได้ และขั้นต่อไปที่สำคัญซึ่งก็จะต้องระบุข้อความซึ่งขอย้ำอีกชั้นหนึ่งว่าดัง นี้  ข้าพเจ้าขอทำพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายของข้าพเจ้าในเรื่องทรัพย์สินของข้าพเจ้าว่า  ถ้าข้าพเจ้าตายไปแล้วให้ทรัพย์สินของข้าพเจ้าตกได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้  แล้วก็ควรย่อหน้าลงมาเป็นข้อๆ เช่น

            ข้อ 1 ให้เงินจำนวนหนึ่งแสนบาทที่ฝากเอาไว้ที่ธนาคารออมสินสาขายุติธรรมตกได้แก่นาย ก. บุตรคนโตของข้าพเจ้า

            ข้อ 2 ให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 12345  ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนที่ดินนั้นตกได้แก่ นางสาว ข. บุตรคนสุดท้องของข้าพเจ้า

            ข้อ 3 เงินสดนอกเหนือจากที่กล่าวรวมทั้งทรัพย์สินอื่นนอกจากที่กล่าวมาแล้ว  ให้ตกได้แก่นาง ป. ภริยาของข้าพเจ้าแต่ผู้เดียว

            และย่อหน้าลงไปก็ควรจะระบุว่า ข้าพเจ้าทำพินัยกรรมฉบับนี้ขณะที่มีสติสัมปชัญญะปกติบริบูรณ์และทำไว้เป็น 2 ฉบับมีข้อความตรงกัน  ฉบับหนึ่งเก็บไว้ที่ตู้นิรภัยในธนาคาร ก. สาขา ราชดำเนิน ส่วนอีกฉบับหนึ่งข้าพเจ้าเก็บรักษาไว้ และย่อหน้าต่อไปก็ลงชื่อเป็นลายเซ็นของผู้ทำพินัยกรรมและควรวงเล็บชื่อละนาม สกุลด้วยตัวบรรจงไว้อีกด้วย

            7. ถาม ก็เป็นอันว่าหนังสือฉบับนี้เป็นพินัยกรรมไปแล้ว

            ตอบ ถูกต้อง กระดาษแผ่นนี้มีข้อความเพียงครึ่งหน้ากระดาษหรือค่อนหน้ากระดาษดังกล่าวนี้ ซึ่งถ้าตีราคาค่ากระดาษแผ่นนี้รวมทั้งปากกาที่เขียนอาจจะไม่เกิน 5 บาท แต่มีความหมายเหลือเกินเพราะเป็นพินัยกรรมที่แสดงเจตนาจำหน่ายทรัพย์สินของ ตนเองเมื่อตัวเองตายไปแล้วให้บุคคลซึ่งระบุไว้ในเอกสารหรือพินัยกรรมแผ่นนี้  ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวนั้นอาจจะมีราคาเป็นหมื่นเป็นแสนหรือเป็นล้านก็ได้  เห็นไหมว่าเรื่องของพินัยกรรมนั้นดูแล้วก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มีความสำคัญมากทีเดียว เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นเองก็อาจทำให้หน้ามือเป็นหลังมือได้  ก็ หมายความว่าถ้าหากผู้ทำพินัยกรรมตายไปบุคคลที่มีชื่อในพินัยกรรมซึ่งก่อนที่ ผู้ทำพินัยกรรมจะตายนั้นเขาอาจจะเป็นคนยากจนแต่โดยผลของพินัยกรรมก็ทำให้เขา กลายเป็นคนร่ำรวยขึ้นมาได้

            8. ถาม ที่กล่าวมาก็คงจะเป็นการเน้นให้เห็นว่าเอกสารพินัยกรรมนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญก่อนจะทำก็ต้องพิจารณาไตร่ตรองให้ดี  เมื่อทำแล้วก็จะต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีเพราะมีผลต่อบุคคลที่มีชื่อซึ่งระบุไว้ในพินัยกรรมนั้นมากมายทีเดียว

            ตอบ  แน่นอน เรื่องของพินัยกรรมนั้น  ท่านจะเห็นว่าพินัยกรรมแบบเขียนด้วยตนเองนั้นทำได้ง่ายๆ แต่เป็นการจำหน่ายทรัพย์สินของท่านอาจจะเป็นสิบล้านร้อยล้านทันทีที่ท่านตาย

            9.ถาม มีอะไรที่จะกล่าวเพิ่มเติมในเรื่องพินัยกรรมชาวบ้านแบบง่ายๆ อีกบ้าง

            ตอบ เรื่องพินัยกรรมแบบง่ายๆ เขียนอย่างง่ายๆ ทำอย่างง่ายๆ แต่มีผลมากมายทีเดียวฉะนั้นถ้าหากท่านประสงค์จะทำพินัยกรรมด้วยตนเองจริงก็ ขอให้พิจารณาไตร่ตรองให้ดีว่าม่านทำพินัยกรรมประเภทนี้โดยเจตนาจะยก ทรัพย์สินให้แก่ใครอย่างไร  เพราะการทำพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายของเรานั้น  เราไม่จำเป็นจะทำให้ทายาทตามกฎหมายของเรา  เพราะถ้าหากเป็นทายาทผู้มีสิทธิตามกฎหมายนั้น   หากเราตายเขาก็มีสิทธิรับมรดกของเราอยู่แล้ว เช่น บุตร ภรรยาหรือสามีของเรา รวมทั้งบิดามารดาของเราด้วย  บุคคลเหล่านี้เมื่อเราตายไปเขาย่อมมีสิทธิในมรดกของเรา  แต่ถ้าหากเราประสงค์จะทำพินัยกรรมให้บุคคลอื่นได้รับทรัพย์มรดกของเราหรือผู้มีสิทธิให้เขาได้ตามสัดส่วนที่เราเห็นสมควร  เราก็ย่อมกระทำเป็นพินัยกรรมได้ซึ่งหากทำไปแล้วและพินัยกรรมนั้นถูกต้องก็จะต้องบังคับตามพินัยกรรม  ทายาทผู้มีสิทธิที่กล่าวข้างต้น ซึ่งโดยทั่วไปเขาจะได้รับส่วนแบ่งในมรดกเท่ากัน  เขาจะมาอ้างว่าเขาควรได้เท่ากันไม่ควรเป็นไปตามพินัยกรรมไม่ได้  เพราะถือว่าพินัยกรรมนั้นเป็นเจตนาที่สำคัญของเจ้ามรดกซึ่งกฎหมายยอมรับและบังคับบัญชาให้ตามนั้น  จึงใคร่ขอเน้นว่าถ้าหากท่านคิดจะทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ใครก็ขอให้พิจารณาให้ดี

            ประการสำคัญ  เรื่องพินัยกรรมนั้นเป็นเรื่องของกฎหมายบางครั้งบางคราวเราไม่เข้าใจเท่าที่ควร  ถึงแม้เราจะมีความรู้บ้าง อ่านออกเขียนได้  ก็ไม่ควรเสี่ยงทำเอง  ควรไปตามที่อำเภอซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ผู้รอบรู้ทำให้เราได้  เรา เรียกว่าพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง เมื่อเราไปพบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่อำเภอ แสดงความประสงค์ที่จะทำพินัยกรรมเป็นทางการทางเจ้าหน้าที่เขาก็ทำให้ท่านได้ วิธีนั้นเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

            เมื่อท่านทำพินัยกรรมไว้แล้วท่านก็มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงเพิกถอนได้ด้วยเหตุนี้แม้ว่าท่านทำเองหรือว่าทำที่อำเภอ  หากท่านประสงค์จะเปลี่ยนแปลงก็ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้  หรือจะเพิกถอนทำลายเสียก็ย่อมทำได้เช่นเดียวกัน  เป็นสิทธิของเราโดยตรง

ที่มา : ห้องสมุดอิเลคทรอนิกส์ศาลยุติธรรม

โพสเมื่อ : 11 พ.ค. 2554
 
อิทธิเดชทนายความ
รับปรึกษาและว่าความทั่วราชอาณาจักร
สายตรงทนายอิทธิเดช
Tel.081-8991652
Tel.094-9864209
FAX.02-7510978
© Copyright 2011, All Rights Reserved.