กฏหมายน่ารู้
เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

กฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางแพ่ง พ.ศ. 2553

                     

1. นิยามสำคัญ (ข้อ 2)

                       ข้อพิพาท หมายความว่า ข้อพิพาททางแพ่งเกี่ยวกับที่ดิน มรดก และข้อพิพาททางแพ่งอื่น
ที่มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาทหรือมากกว่านั้น ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

                       ผู้ไกล่เกลี่ย หมายความว่า บุคคลที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท

                     

2. ขั้นตอนการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท (ข้อ 11)

                       เมื่อคู่พิพาทฝ่ายหนึ่งประสงค์จะให้มีการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท ให้แจ้งความประสงค์เป็น
คำร้องขอต่อนายอำเภอ (จัดทำเป็นหนังสือหรือแจ้งด้วยวาจา) เมื่อนายอำเภอได้รับคำร้องแล้ว
ให้แจ้งคู่พิพาทอีกฝ่ายหนึ่งทราบและสอบถามว่าประสงค์เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทหรือไม่

                                 2.1 กรณีที่คู่พิพาททุกฝ่ายตกลงยินยอมเข้าสู่กระบวนการฯ ให้นายอำเภอแจ้งเป็นหนังสือ
ให้คู่พิพาททุกฝ่ายทราบพร้อมทั้งกำหนดวัน เวลา สถานที่ ให้คู่พิพาททุกฝ่ายมาพร้อมกัน เพื่อเลือกผู้ไกล่เกลี่ย
ของตน โดยเลือกบุคคลจากบัญชีรายชื่อ ตามที่นายอำเภอโดยความเห็นชอบของคณะกรมการจังหวัดได้จัดทำขึ้น และร่วมกันเลือกว่าจะให้นายอำเภอ พนักงานอัยการจังหวัดประจำกรมหรือปลัดอำเภอ เป็นประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ย และให้จัดมีการบันทึกความตกลงยินยอมไว้ในสารบบการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท พร้อมทั้งให้คู่พิพาททุกฝ่ายลงลายมือชื่อในสารบบฯ โดยคณะผู้ไกล่เกลี่ยจะมีการประชุมภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีผู้ไกล่เกลี่ยครบถ้วน เพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องขอนั้นไว้ดำเนินการ
ต่อไปหรือไม่รับไว้พิจารณาและให้ยุติเรื่อง (ข้อ
12)

                                   2.2  กรณีที่คู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมเข้าสู่กระบวนการฯ ให้นายอำเภอจำหน่าย
คำร้องขอฯ
และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ

                      

3. สถานที่ดำเนินการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท (ข้อ 13 วรรคแรก)

                       ปกติ ให้กระทำ ณ ที่ว่าการอำเภอ แต่ในกรณีจำเป็นประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยจะกำหนดให้ดำเนินการ ณ สถานที่ราชการอื่นก็ได้ แต่ต้องแจ้งให้คู่พิพาททราบล่วงหน้าตามสมควร

                     

4. การดำเนินการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท (ข้อ 13 วรรคสอง)

                                  4.1 นัดไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทครั้งแรก ให้อำเภอส่งหนังสือนัดหมาย
แจ้งวัน เวลา และสถานที่ ไปยังคณะผู้ไกล่เกลี่ยและคู่พิพาททุกฝ่ายภายใน 7 วันนับแต่วันที่คณะผู้ไกล่เกลี่ย
รับคำร้องขอฯ

                                  4.2  นัดไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทครั้งต่อๆ ไป ให้ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยเป็น
ผู้กำหนดและแจ้งให้คู่พิพาททุกฝ่ายทราบ และบันทึกการนัดหมายไว้ในสารบบฯ 

                                  4.3   ถ้าคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทุกฝ่ายไม่มาตามกำหนดที่ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ย
นัดหมาย
โดยไม่แจ้งเหตุผล หรือไม่ขอเลื่อนวันนัดหมาย หากเป็นกรณีที่คู่พิพาทยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยและประนอม
ข้อ พิพาท หรือคู่กรณีทุกฝ่ายไม่มาตามกำหนดนัด ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยสั่งจำหน่ายคำร้องขอฯ และสั่งยุติเรื่อง และให้ถือว่าคณะผู้ไกล่เกลี่ยไม่เคยรับคำร้องขอฯ มาแต่ต้น ในกรณีอื่นให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยดำเนินการตามเห็นสมควรต่อไป (ข้อ
14)

                      

5. วิธีการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทของคณะผู้ไกล่เกลี่ย

                                  5.1 ก่อนเริ่มต้นกระบวนการไกล่เกลี่ยฯ ให้ประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ยชี้แจงวิธีการ
ไกล่เกลี่ยฯ ให้คู่พิพาททุกฝ่ายทราบ (ข้อ 15) และในการไกล่เกลี่ยฯ ทุกครั้ง คณะผู้ไกล่เกลี่ยต้องมาปฏิบัติหน้าที่
ครบทุกคน (ข้อ
16 วรรคแรก)

                                  5.2  ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยดำเนินการให้คู่พิพาทเสนอข้อผ่อนผันให้แก่กันหรือคณะผู้ไกล่เกลี่ยอาจเสนอทางเลือกในการผ่อนผันให้แก่คู่พิพาท แต่ห้ามมิให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยชี้ขาดข้อพิพาท (ข้อ 16 วรรคสอง)

                                  5.3  ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยรับฟังข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อพิพาทจากคู่พิพาททุกฝ่าย
ต่อหน้าคู่พิพาทพร้อมกัน โดยจะไกล่เกลี่ยพร้อมกันหรือแยกกันก็ได้ แต่ในการตกลงกันนั้น ให้กระทำต่อหน้าคู่พิพาท
ทุกฝ่าย (ข้อ
16 วรรคสาม)

                      

6. การนับอายุความ

                       ให้ถือวันที่คู่พิพาทแจ้งความประสงค์จะให้มีการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท เป็นวันยื่น
ข้อ พิพาท กรณีที่แจ้งความประสงค์ โดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ ให้ถือวันที่อำเภอได้รับหนังสือแจ้ง ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาการสะดุดหยุดลงของอายุความในการฟ้องร้องคดี (ข้อ
18)

                      

7. การบอกเลิกการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท (ข้อ 19)

                       ในระหว่างการดำเนินการไกล่เกลี่ยฯ หากคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ไม่สมัครใจที่จะดำเนินการ
ไกล่ เกลี่ยฯ ต่อไป คู่พิพาทฝ่ายนั้นมีสิทธิบอกเลิกการไกล่เกลี่ยฯ ต่อประธานคณะผู้ไกล่เกลี่ย โดยทำเป็นหนังสือหรือวาจาก็ได้ และให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยสั่งจำหน่ายคำร้องขอฯ และสั่งยุติเรื่องและให้ถือว่าคณะผู้ไกล่เกลี่ยไม่เคยรับคำร้องขอฯ
มาแต่ต้น

                      

8. กรอบระยะเวลาในการดำเนินการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท (ข้อ 21)

                       ต้อง ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่นายอำเภอได้ลงเรื่องในสารบบฯ เว้นแต่มีความจำเป็นและคู่พิพาทยินยอม ให้ขยายระยะเวลาได้อีกครั้งละไม่เกิน 3 เดือน แต่รวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปี หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วยังไม่ได้ข้อยุติ ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยสั่งจำหน่ายข้อพิพาทนั้น       

                     

 9. การตกลงในกระบวนการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท

                                 9.1 กรณีที่คู่พิพาทไม่อาจตกลงกันได้ ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยสั่งจำหน่ายข้อพิพาทนั้น (ข้อ 22)

                                 9.2 กรณีที่คู่พิพาทตกลงกันได้ ให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยจัดให้มีการทำสัญญาประนีประนอม
ยอม ความระหว่างคู่พิพาท โดยให้คู่พิพาททุกฝ่ายและคณะผู้ไกล่เกลี่ยลงลายมือชื่อด้วย และให้ถือเอาข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมฯ มีผลผูกพันคู่พิพาท (ข้อ
23)

                      

10. ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความ

                       ข้อเรียกร้องเดิมของคู่พิพาทระงับสิ้นไป และทำให้คู่พิพาทได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญา
ประนีประนอมฯ (ข้อ
24)

                       หากคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ให้คู่พิพาท
อีกฝ่ายหนึ่ง
ยื่นคำร้องต่อต่อพนักงานอัยการที่มีเขตอำนาจรับผิดชอบ และให้พนักงานอัยการดำเนินการ
ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายใน
3 ปีนับแต่วันที่อาจบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ เพื่อให้ออกคำบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยให้นำกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับโดยอนุโลม (ข้อ 25)

ที่มา :
ส่วนกฎหมาย สำนักมาตรการป้องกันสาธารณภัย
http://61.19.54.137/law/dpmlaw/main/content.php?page=show&category=5&id=1243

โพสเมื่อ : 11 พ.ค. 2554
 
อิทธิเดชทนายความ
รับปรึกษาและว่าความทั่วราชอาณาจักร
สายตรงทนายอิทธิเดช
Tel.099-2878291
Tel.099-3232245
Tel.081-8991652
FAX.02-7510978
© Copyright 2011, All Rights Reserved.