กฏหมายน่ารู้
สิทธิของผู้ต้องหา ตอนที่1

สิทธิของผู้ต้องหา

   1. มีสิทธิพบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายสองต่อสอง

   2. ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมหรือขังมีสิทธิได้รับการเยี่ยมตามสมควร

   3. ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมหรือขัง มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็ว เมื่อเกิดการ

เจ็บป่วย(ป.วิอาญา มาตรา 7 ทวิ เพิ่มเติมโดยมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิอาญา (ฉบับที่ 15) พ.ศ.2527)

                      ในการสอบสวนแต่เดิมนั้นการสอบสวนต้องแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบในคำให้การ ของผู้ต้องหา และมีบันทึกแจ้งสิทธิ แต่ได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 753/2541 ลง 28 พ.ค.2541 ไม่ต้องแจ้งสิทธิในคำให้การผู้ต้องหา แต่ให้ พงส.แจ้งตอนเอาเข้าห้องควบคุม โดยลงประจำวันและให้ผู้ต้องหาลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน

                       4. สิทธิที่จะได้รับการเตือนก่อนให้ถ้อยคำในชั้นสอบสวนว่า    ถ้อยคำที่ผู้ต้องหากล่าวนั้นอาจจะเป็นพยานหลักฐานยันผู้ต้องหานั้นในการ พิจารณาได้ ถ้า พงส.ไม่เตือนผู้ต้องหาเสียก่อนจะจดคำพยาน ถ้อยคำนั้นย่อมไม่อาจใช้ยันผู้ต้องหาในชั้นพิจารณาได้ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(ป.วิอาญา มาตรา 134)

                        5. สิทธิที่จะให้การแก้คดีโดยอิสระ คือ พงส.ต้องไม่ล่อลวง ขู่เข็ญ หรือให้สัญญากับผู้ต้องหา เพื่อจูงใจให้ผู้ต้องหาให้การอย่างใด ๆ ในเรื่องที่ต้องหานั้น คำให้การที่ผู้ต้องหากระทำภายใต้ภาวะครอบงำเช่นนั้น ย่อมไม่อาจใช้ยันในชั้นพิจารณาได้  (ป.วิอาญา มาตรา 135)

                        6. สิทธิที่จะไม่ให้ถ้อยคำใด  ๆ  ในชั้นสอบสวน  เว้นแต่สมัครใจ       ฉะนั้น ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาจึงมีสิทธิที่จะไม่ให้ถ้อยคำใด ๆ ได้ พงส.ไม่มีอำนาจบังคับให้ผู้ต้องหาให้ถ้อยคำ จะทำได้เพียงแต่บันทึกว่าผู้ต้องหาไม่เต็มใจให้การชั้นสอบสวนหรือขอให้การ ชั้นศาล

                        7. สิทธิที่จะได้รับทราบผลการสอบสวนถึงความเป็นมาแห่งชีวิต และความประพฤติอันเป็นอาจิณของผู้ต้องหา เช่น ประวัติการต้องคดี ประวัติการต้องโทษ ฯลฯ ผลการสอบสวนดังกล่าวนี้  ในกรณีที่กระทำลับหลังผู้ต้องหาต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบทุกเรื่องที่สอบสวน ทราบมา ถ้าไม่แจ้งให้ทราบย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานยันผู้ต้องหาในชั้นพิจารณาไม่ได้

                         8. สิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่มีความผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษาอัน ถึงที่สุด แสดงว่าได้กระทำผิด ฉะนั้น ในระหว่างสอบสวนจะปฏิบัติต่อผู้ต้องหาอย่างผู้กระทำผิดไม่ได้

                         9.  สิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างสอบสวน การให้ปล่อยชั่วคราวจะต้องไม่ถูกเรียกหลักประกันจนเกินควรแก่กรณี การไม่ให้ปล่อยชั่วคราวจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้เฉพาะในกฎหมาย และการไม่ปล่อยชั่วคราวจะต้องแจ้งเหตุนั้นให้ผู้ต้องหาทราบด้วย

                       10. นอกจากนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2540     ยังบัญญัติสิทธิของผู้ต้องหาไว้อีกหลายประการ  เช่น  สิทธิที่จะให้ทนายความหรือผู้ซึ่งคนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ ตามมาตรา 241, สิทธิที่จะไดรับการช่วยเหลือจากรัฐในการจัดหาทนายความ ตามมาตรา 242 เป็นต้น  ซึ่ง พงส.จะต้องบันทึกเกี่ยวกับการแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้ทนายความหรือ บุคคลที่ตนไว้วางใจเข้าร่วมฟังการสืบสวนตามมาตรา 241 ไว้ในคำให้การด้วย (หนังสือ คด.ตร.ที่ 0004.6/1094 ลง 3 ก.ย.2545 เรื่องแนวทางในการทำสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติม)

2.4 แนวทางปฏิบัติต่อผู้ต้องหาบางประเภท

2.4.1 ผู้ต้องหาที่เป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505

มาตรา 29 ซึ่งอาจจำแนกวิธีปฏิบัติได้ดังนี้

        - เมื่อ พงส.  หรือพนักงานอัยการ  ไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว และเจ้า

อาวาสไม่ยอมรับตัวไว้ควบคุม พงส.ดำเนินการให้สละสมณเพศได้

                           - เมื่อ พงส. หรือพนักงานอัยการ เห็นว่าไม่สมควรปล่อยชั่วคราว และไม่ควรมอบตัวให้เจ้าอาวาสรับไปควบคุม ก็ดำเนินการให้สละสมณเพศได้

                         - ถ้าพระภิกษุนั้น ไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง หรือเป็นพระจรจัดก็ดำเนินการให้สละสมณเพศได้

                            -  ถ้าพระภิกษุที่เป็นผู้ต้องหาไม่ยอมสึกตามคำสั่งของ พงส.ดังกล่าว ถ้าความผิดนั้นเป็นการล่วงละเมิดพระธรรมวินัยก็อาจดำเนินการตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ มาตรา 26 และมาตรา 42 ได้

                            - ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นสามเณรในพระพุทธศาสนานั้นไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรง น่าที่จะปฏิบัติเช่นเดียวกับพระภิกษุที่เป็นผู้ต้องหาโดยอนุโลม

                       2.4.2  ผู้ต้องหาที่เป็นทหารหรืออาสาสมัครทหารพราน

 2.4.2.1  การสอบสวนคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร

      - คดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร

      - เกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารด้วยกัน ไม่ว่าจะ

เกิดขึ้นในเขตที่ตั้งทหารหรือไม่ หรือ

           -  คดีที่เกี่ยวด้วยวินัยทหาร หรือ

           -  คดีอาญาที่เกี่ยวด้วยความลับของทางราชการทหาร

                   โดยปรกติให้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายทหารทำการสอบสวนตามวิธีพิจารณาความ อาญาทหาร เว้นแต่ ฝ่ายทหารขอร้องให้ พงส.ให้ร่วมสอบสวน หรือสอบสวนโดยลำพัง ก็ให้ พงส.ให้ความร่วมมือกับฝ่ายทหาร

(ระเบียบ สร.ว่าด้วยการปฏิบัติและประสานงานกรณีทหารถูกหาว่ากระทำความผิดอาญา พ.ศ.2544 ข้อ 22)

                              2.4.2.2   การสอบสวนคดีอาญา

       ในกรณีที่ทหารเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา  ให้พนักงานสอบสวน

แจ้ง ผู้บังคับบัญชาของทหารผู้นั้นทราบ  แล้วดำเนินการสอบสวนไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และให้แจ้งสิทธิของผู้ต้องหาตามรัฐธรรมนูญให้ผู้ต้องหาทราบ ดังนี้

(1)    สิทธิที่จะขอประกันตัวตามมาตรา 239

(2)    สิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความเป็นการเฉพาะตัวในกรณี

ถูกควบคุมหรือคุมขังตามมาตรา 239

(3)    สิทธิที่จะได้รับการเยี่ยมตามสมควรในกรณีถูกควบคุมหรือคุม

ขังตามมาตรา 239

(4)    สิทธิที่จะได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็น

ธรรมตามมาตรา 241

                                           (5)  สิทธิที่จะให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจ  เช่น  นายทหารพระธรรมนูญ หรือนายทหารชั้นสัญญาบัตร เข้าฟังการสอบปากคำของตนได้ตามมาตรา 241

                                               (6)  สิทธิที่จะตรวจหรือคัดสำเนาคำให้กาารของตนในชั้นสอบสวนหรือเอกสารประกอบคำ ให้การของตนตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายเมื่อพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล แล้วตามมาตรา 241

                                       (7) สิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐด้วยการจัดหาทนายความให้ตามหลักเกณฑ์ ของกฎหมายตามมาตรา 242

                                       (8)  สิทธิที่จะไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองอันอาจทำให้ตนถูกฟ้องคดีอาญาตามมาตรา 243

 

 

                                        (9)   สิทธิที่จะได้รับการเตือนว่าถ้อยคำซึ่งเกิดจากการจูงใจ   มีคำมั่นสัญญา

ขู่เข็ญ  หลอกลวง  ถูกทรมาน  ใช้กำลังบังคับหรือกระทำโดยมิชอบประการใด ๆ ไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตามมาตรา 243

                                       ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าทหารผู้ต้องหาได้กระทำหรือจะกระทำความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญาทหารหรือกฎหมายว่าด้วยวินัยทหารด้วย ผู้บังคับบัญชาของทหารผู้ต้องหาอาจส่งนายทหารพระธรรมนูญหรือนายทหารชั้น สัญญาบัตรอื่นใดเข้าฟังการสอบปากคำทหารผู้ต้องหาได้

(ระเบียบ สร.ว่าด้วยการปฏิบัติและประสานงานกรณีทหารถูกหาว่ากระทำความผิดอาญา พ.ศ.2544 ข้อ 23)
โพสเมื่อ : 10 พ.ค. 2554
 
อิทธิเดชทนายความ
รับปรึกษาและว่าความทั่วราชอาณาจักร
สายตรงทนายอิทธิเดช
Tel.099-2878291
Tel.099-3232245
Tel.081-8991652
FAX.02-7510978
© Copyright 2011, All Rights Reserved.